ความเป็นมาองค์การการค้าโลก และหน้าที่บทบาทของ มกอช. ตามพันธกิจ
  ที่มา : องค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO)
เป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีการพัฒนามาจากแกตต์หรือการทำความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้าเสรี (General Agreement on Tariff and Trade: GATT ) ในปี 2490 ซึ่งตอนนั้นยังเป็นสถาบันจนเมื่อการเจรจาการค้ารอบอุรุกวัย โดยมีผลการเจรจาให้มีการจัดตั้งองค์การการค้าโลกหรือ WTO ขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2538 โดยมีสมาชิกเริ่มแรก 81 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยซึ่งเข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2538 ลำดับที่ 59 ประเทศไทยจึงถือว่ามีสถานะเป็นสมาชิกก่อตั้ง ปัจจุบันองค์การการค้าโลกมีสมาชิกทั้งสิ้น 164 ประเทศ และ 21 ประเทศผู้สังเกตการณ์ (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม2559)
วัตถุประสงค์
องค์การการค้าโลก (World Trade Organization:WTO) ทำหน้าที่กำหนดการค้าระหว่างประเทศให้มีความเสรียิ่งขึ้น ภายใต้หลักการไม่เลือกปฏิบัติ มีความโปร่งใส เท่าเทียมกัน และใช้ระบบฉันทามติ (consensus) รวมทั้ง มีกระบวนการยุติข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาทางการค้าระหว่างประเทศ มีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง เพื่อค่อยๆ เปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศตามความพร้อมและระดับการพัฒนาของประเทศสมาชิก และกำหนดให้มีการปฏิบัติอย่างเป็นพิเศษหรือแต้มต่อแก่ประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา (Special and Differential Treatment : S&D) และการช่วยเหลือทางวิชาการ (Technical assistance) ด้วย เพื่อให้สามารถเข้าร่วมในระบบการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก นอกจากนี้การเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลกทำให้ประเทศสมาชิกมีสิทธิและพันธกรณี (Rights and Obligations) ที่จะต้องปฏิบัติตามภายใต้ความตกลงต่างๆ ขององค์กรการค้าโลก กฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศขององค์การการค้าโลก นอกจากช่วยส่งเสริมให้การแข่งขันทางการค้าเป็นธรรมแล้ว ยังสร้างความมั่นใจให้แก่ทั้งผู้ค้าและผู้ลงทุน ผู้ผลิต และผู้ส่งออกสามารถคาดการณ์และวางแผนการค้าระหว่างประเทศล่วงหน้าได้
ที่มา : การดำเนินงานภายใต้ SPS Agreement ในประเทศไทย
ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นเป็นสมาชิกก่อตั้งองค์การการโลก คือ วันที่ 1 มกราคม 2538 แต่แรกเดิมความตกลง SPS และ TBT อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงอุตสาหกรรม จนในปี 2545 ได้มีการแบ่งส่วนงานราชการใหม่ตามกฎกระทรวงฯ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้รับการมอบหมายให้เป็นหน่วยประสานงานกลางด้านความตกลงว่าด้วยการบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช และมาตรการอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าในส่วนสินค้าเกษตรและอาหาร (SPS/TBT: food and Agricultural Products) (ตามสำเนาหนังสือกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ อก 0706/3298 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2545) โดยทำหน้าที่ 2 ประการ คือ เป็นหน่วยงานแจ้งมาตรการของประเทศและรับแจ้งมาตรการของประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (National Notification Authority:NNA) และเป็นหน่วยตอบข้อซักถาม (National Enquiry Point:NEP) สำหรับประเทศต่างๆโดยทำหน้าที่ประสานงานกับประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลกซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 164 ประเทศ (ข้อมูล ณวันที่ 29 กรกฎาคม 2559) ทั้งนี้การดำเนินการตามบทบาทดังกล่าวเป็นไปตามหลักความโปร่งใสภายใต้มาตราที่ 7 ของภาคผนวก บี และเอกสาร G/SPS/7/Rev.4 ขององค์การการค้าโลก โดยกำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องแจ้งมาตรการสุขอนามัยหรือประกาศที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล และส่งผลกระทบทางการค้าโดยประเทศสมาชิกจะต้องแจ้งมาตรการให้ประเทศสมาชิกอื่นทราบเป็นการล่วงหน้าก่อนการประกาศบังคับใช้ เพื่อให้ประเทศสมาชิกมีระยะเวลาปรับแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องตามมาตรการ SPS
ต่อมาในปี 2546 กำหนดรหัสพิกัดศุลกากรภายใต้ความรับผิดชอบของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ตามความตกลง TBT (ตามสำเนาหนังสือสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตและอาหารแห่งชาติ ที่ กษ 2302/33 ลงวันที่ 3 มกราคม 2546) ดังนี้
1. HS Chapter 1-24
2. HS Chapter 28-29 (Pesticide ตาม พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535)
3. HS Chapter 30 (ยาและวัคซีนสำหรับสัตว์ ตาม พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510)
4. HS Chapter 31 (ปุ๋ย ตาม พ.ร.บ. ปุ๋ย พ.ศ. 2518)
5. HS Chapter 40.1 (ยางธรรมชาติ ตาม พ.ร.บ. ควบคุมยาง พ.ศ. 2542)

ปัจจุบัน สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการว่าด้วยการใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ภายใต้คำสั่งคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ซึ่งปัจจุบันได้ปรับปรุงล่าสุดคือ คำสั่งที่ 2/2552 และที่เพิ่มเติม 55/2555 โดยมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. เสนอแนะการกำหนดแนวทางการดำเนินการให้สอดคล้องกับบทบัญญัติต่างๆที่เป็นพันธกรณีภายใต้ความตกลงว่าด้วยการบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช และส่วนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรและอาหารในความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า
2. เสนอแนะและกำหนดท่าทีและแนวทางในการเจรจา และความร่วมมือกับต่างประเทศในเรื่องเกี่ยวกับความตกลงว่าด้วยการบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช และส่วนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรและอาหารในความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า
ที่มา : ของการจัดทำเว็บไซต์ spsthailand.net
เดิมข้อมูลมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชอยู่ภายในเว็บไซต์สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (www.acfs.go.th) แต่เล็งเห็นว่าควรมีเว็บไซต์มาตรการ SPS แยกออกมาเป็นการเฉพาะเพื่อเพื่อง่ายและสะดวกต่อการค้นข้อมูลด้าน SPS/TBT (อาหาร/สินค้าเกษตร) ของประเทศไทยและประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก ซึ่งจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับเว็บองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆที่ มกอช.จัดทำ เช่น IPPC Thailand และ Codex Thailand ทั้งนี้ เว็บไซต์ spsthailand.net ยังคงเชื่อมกับเว็บไชต์ของมกอช. ด้วย และมีการเชื่อมต่อหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเว็บไซต์ spsthailand.net เป็นผลจากมติการประชุมเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2559 และได้นำเรียนเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารทราบแล้ว คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเข้าถึงข้อมูล SPS/TBT (อาหาร/สินค้าเกษตร)
   
 
      World Trade Organization 
Copyright © 2015. www.acfs.go.th All Rights Reserved.
หน่วยประสานงานกลางด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชของประเทศไทย(Thailand SPS Contact Point)
กลุ่มความตกลงสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและอื่นๆ (SPS Section)
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
ที่อยู่ เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ. 10900
โทร. 02-561-4204 โทรสาร 02-561-4034
E-mail : spsthailand@gmail.com, sps@acfs.go.th